Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ย้อนเวลา..

ต่อกันจากคราวที่แล้ว
หลังจากปีใหม่มาไม่นาน การเก็บข้อมูลก้อเริ่มขึ้น
โดยทีมงาน คุณบุ๊ยเจ้าของงาน
คุณจี คนของทางมาร์
กับน้องอ้อ แฟนดั้งเดิมของสครับ
ที่อยู่กับทีมงานมาร์อีกคน
ซึ่งก้อรู้เรื่องสครับ ไม่แพ้บุ๊ยเช่นกัน
ก่อนเก็บข้อมูล บุ๊ยเอาโครงร่างคร่าวๆ มาให้ดูภาพรวมทั้งหมด
ว่าเรื่องราวจะประมาณไหน จะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง
บุ๊ยทำการบ้านมาดี ในประเด็นของแต่ละตอน
ทำให้เราต้องทำการบ้านเช่นกัน
พยายามนั่งนึกๆ ย้อนไปในวันเวลานั้นๆ
วันเวลาเก่าๆ ค่อยๆ ทยอยถูกลำเลียงเอาออกมา
โน้ตหัวข้อ รวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ในวันวานไว้ในสมุดโน้ต
กันลืม..เพราะมันนานมากแล้ว…แฮ่ม…

ตลอดเดือนมกรา ไล่มากุมภานิดๆ
ทุกวันศุกร์ที่โซฟาออฟฟิศของข้าพเจ้า
Believe Records (ขอโฆษณานิดนึง 55)
การสนทนาถูกอัดลงเครื่องบันทึกตัวจิ๋วม้วนแล้วม้วนเล่า
วันวานทั้งของพี่และเมื่อยค่อยๆ ถูกดึงออกมา
เรื่องวัยเด็กของบอล เรื่องลี้ลับวัยเยาว์ของเมื่อย
เพลงแรกในชีวิตที่ได้ยินผ่านหู
รักแรกพบกันกีต้าร์ตัวแรก
ชีวิตในศิลปากร มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในสายตาข้าพเจ้า
ทั้งสถานที่และผู้คน ที่หล่อหลอมจนเป็นเราทุกวันนี้
วันที่จบออกมาเจอชีวิตจริง
จุดเปลี่ยนที่เกือบจะเปลี่ยนเราไปทั้งชีวิต
หลายเรื่องพี่จำได้ แต่เมื่อยลืมไปแล้ว
บางเรื่องของเมื่อย พี่ก้อไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ช่วยกันเล่า ช่วยกันขุด
บางทีทีมงานก้อเปิดประเด็นในเรื่องที่เค้าเคยรู้ แต่เราจำไม่ได้
สนุกสนาน หัวเราะ ครื่นเครงไปกับเรื่องเปิ่นๆ
แต่บางตอน เรื่องบางเรื่องที่ผ่านมา
ก้อแอบทำเราน้ำตาซึม
โชคดีที่มันเป็นเพียงเรื่องเล่า และมันได้ผ่านไปแล้ว
ผ่านมาเป็นเราในทุกวันนี้

กว่าหกชั่วโมงในแต่ละครั้งของการพูดคุย
จนทีมงานบอกเราว่า นี่น่าจะเป็นข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด
ซึ่งเราก้อคิดเช่นนั้น
เป็นการพูดคุยที่ทำให้ทุกคนน่าจะรู้จักเราได้ดีที่สุดครั้งหนึ่ง
แม้แต่พี่กับเมื่อย ในครั้งนี้ เราก้อรู้จักกันมากขึ้น
หวังว่าทุกๆ คนที่มีโฮกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้
เราคงจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ยิ่งขึ้นไปอีก
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด (อีก)
ปลายมีนาคมนี้ ที่งานสัปดาห์หนังสือ
เราไปเจอกันเน้อ
เชิญทุกคนไว้ก่อนล่วงหน้า
เชิญมาเป็นเกียรติในงานมงคลสมรส
ระหว่างตัวโน้ตกับตัวหนังสือ ของวงสะคับ
ฝากเนื้อฝากตัว (หนังสือ) ด้วยนะฮับ

สุขสันต์วันวาเลนไทน์จ้า
ขอให้ทุกคนพบเจอแต่ความรักดีดี ตลอดไปเน้อ
บายฮับ ^^

scrubb_ook..

ชื่อข้างบน น่าจะได้เป็นชื่อหนังสือของลุงสองคน
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะฮะ..เก๋ไก๋ ได้อารมณ์..กรุ๊วว

ที่มาที่ไปก้อไม่มีอะไรมาก
ด้วยความที่ว่าปีนี้ อยากทำอะไรที่ไม่ใช่แต่เรื่องการทำเพลง
หรือออกอัลบั้มเพียงอย่างเดียว
เพราะทำมาแบบนี้สามชุดแล้ว
อยากทำอย่างอื่น
อยากเอาตัวเองไปวางไว้ในตำแหน่งหรือรูปแบบอื่นๆ ดูบ้าง
ที่ไม่ไกลเกินตัวเองไปนัก..แก้เลี่ยนฮะ
หนังสือเป็นเรื่องลำดับต้นๆ ที่คิดไว้
แต่มีอยู่สองเงื่อนไขที่ถ้าโอเคตามนี้ เราจะทำกัน
 1. เราไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ ต้องมีคนช่วยเราเรียบเรียง
2. คนที่เราจะทำงานด้วย ต้องเข้าใจเรา มากถึงมากที่สุด
รู้ว่าจะคุยกับเรายังไง และจะเอาเรื่องอะไรจากเรา
พูดง่ายๆ ว่าต้องเดาใจเราได้ว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร
เพราะถ้าไม่ได้ดังใจ เราไม่ต้องทำหนังสือก้อได้
มันไม่ใช่งานหลักของเรานิ แค่อยากเฉยๆ (เอาแต่ใจมั๊ยล่ะ55)

ยอมรับว่าตั้งใจจะเรื่องมากและเอาแต่ใจให้ถึงที่สุด
มากกว่าการทำเพลงเป็นไหนๆ
สำหรับคนที่จะเข้ามาคุยด้วย
เหมือนก้อเป็นการลองใจกันดู
ว่าแค่อยากทำ “ธุรกิจ” กับวงสครับ
หรืออยากฟังเรื่องของเราจริงๆ
อยากที่จะช่วยเราแชร์ประสบการณ์ ที่ผ่านมา
ช่วยเล่าอะไรที่ตัวโน้ตหรือเพลงของเราเล่าไม่ได้
ยอมรับว่าเราตั้งแง่ไว้แบบนั้นจริงๆ
ผับผ่าสิ เล่นตัวชิบ….เอิ๊ก

น่าแปลกที่หลังจากเกริ่นกับคนสนิทไป
สำนักพิมพ์ที่ติดต่อเข้ามา
เป็นหนึ่งในสองสำนักพิมพ์ในใจที่เราอยากทำงานด้วย รอดไปหนึ่งเปลาะ
(อีกหนึ่งคือ a book เจ้าของหนังสือของคุณนิ้วกลม หลายเล่มโปรดของผม)
เนื่องด้วยความคุ้นเคยและรู้ใจ จากงานอื่นๆ ที่เคยร่วมงานกัน
คนของมาร์ พับลิชชิ่ง โทรหาเรา และบอกถึงสาเหตุที่โทรมา
(ชวนถ่ายแบบมั๊ง แหม…)
การนัดหมายและพูดคุย จึงเกิดขึ้น
ก้ออย่างที่บอก เราตั้งคำถามไว้เต็มไปหมด
แต่สิ่งที่ทางมาร์เตรียมไว้ให้
คือน้องคนนึง ซึ่งฟังสครับมาตั้งแต่ชุดแรกที่เป็นใต้ดิน
รู้ทุกซอกทุกมุมของสครับ บางอย่างรู้มากกว่าเรา
และกำลังจะแต่งงานกับคนรักริมทะเล 29 กพ. นี้
ซึ่งเพลงที่ใช้ในงานแต่งงานเพลงนึงคือ “See Scape”
ซึ่งว่าที่ภรรยาของเค้าชอบเป็นที่สุด
ตอนนี้คุณบุ๊ยทำงานเป็นคอลัมนิสต์
ของหนังสือ Day Bed และ Crash
มาร์ลงทุนดึงตัวบุ๊ยมาต่อกรกับสองลุงเรื่องมาก
เหมือนศึกษาตำรารบมาดี
ผลการรบเป็นอย่างไร…ทุกคนคงรู้ดี
มาร์ชนะสงครามนี้ อย่างง่ายดาย

การเตรียมงานหนังสือเล่มแรกในชีวิตของเราจึงเริ่มขึ้น

ติดตาม…ตอนต่อปาย……

เปิดตัว Project แรก

วันนี้คั่นเวลาเปิดบ้าน
ด้วยการประกาศโปรเจ็คแรกประจำปี
ของพวกเราชาวสครับปุ
น่านก้อคือ….
….
….

หนังสือ
55
หรือพ๊อคเก็ตบุ้ค ของสครับนั่นเอง
เป็นยังไง เดี๋ยวจะมาทยอยเล่า
ทีละนิด แต่จะมาบ่อยๆ
ตอนนี้ขอไปเรียบเรียงก่อน

บายบายฮะ
(บทจะสั้นก้อสั้นใจหายเลยวุ้ย)

เปิดบ้าน (4)

เปิดบ้านวันนี้..
ขอเสนอ..บุคคลพิเศษ..
ของวงสะคับ..
ตุ้งตุ่ง…รายการนี้ จัดอยู่ในประเภท น.13..
เด็กควรอ่านภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง…ตุ้งตุ่ง…
…..

ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อ / อายุทธ ยิ่งขวัญเจริญ
ชื่อคณะ / หมูหมัก
ชื่อคณะ (ใหม่)/ เกริก
(มติคณะเอกฉันท์เปลี่ยนให้ในปีที่ฟลุค เกริกพล ดังเป็นพลุแตก)
ชื่อที่แม่ตั้งให้ / ลูกบิ๊ก…..
ชื่อที่ใช้ในวงการ / พี่หมูหมัก(ของน้องๆ), ไอ้เกริก (ของพี่ๆ) ไอ้อิ๊บอ๋าย..(ของที่วง..)
อายุ 27 ปี การศึกษา ปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ ศิลปากร
ปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ ศิลปากร (มันจะเรียนซ้ำที่เดิมทำมาย..)
ตำแหน่งในวง / Technical Support

10.jpg 4-3.jpg

1-4.jpg 7-1.jpg

5-3.jpg

วีรกรรมและความสามารถ

– ฟันแท้หักตั้งแต่ตอนเด็กๆ ปัจจุบันสองซี่คู่หน้าเป็นฟันปลอม

– ชอบถอดฟันหลอกให้เด็กกลัว แกล้งเด็ก เกริกสู้ตาย

– เคยถักผมเดรดล๊อคตอนเรียน แต่เป็นเหา จึงโกนทิ้ง…

– แหย่เล่นกับเพื่อนเบาๆ ด้วยศอก แหย่ยังไงไม่รู้ เพื่อนดั้งหัก ต้องทำจมูกใหม่

– เป็นพี่ว้าก แต่เด็กไม่กลัว เพราะทำฟันหน้าหลุดหล่น กลางวงว้าก..พี่ว้ากกระเจิง น้องใหม่กระจาย

– ขี่มอเตอร์ไซด์กลับหอ ด้วยความอ่อนเพลีย จึงหลับในพุ่งชนท้าย รถชาวบ้าน

– รีบตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งไปขอโทษเจ้าของรถ เค้าบอกไม่เป็นไร น้องดูแลตัวเองเหอะ เลือดโชกเชียว..

– ถูกรุ่นพี่แกล้งตลอดเวลาตั้งแต่ปีหนึ่ง จึงตั้งใจว่าปีหน้า กรูจะเอาคืนกะน้องบ้าง

– อยู่ปีสี่แล้ว เกริกยังโดนรุ่นน้องแกล้งอยู่เลย….

– ไปเที่ยวทะเลสาปเมืองกาญจน์กัน เกริกว่ายน้ำไม่เป็น ใส่ชูชีพสองตัว โดดลงห่วงยางอีกหนึ่ง

– หัวเราะดีใจๆ ได้ลงเล่นน้ำ สักพักได้ยินเสียงตะโกน..”ช่วยด้วย…ฟันปลอมหลุด…”

– ภาพที่ทุกคนเห็นหลังจากหันไปมองตามต้นเสียง คือเกริกกำลังเอาเท้าชี้ฟ้า หัวและตัวอยู่ในน้ำ กำลังพลุ้ยน้ำตามฟันหน้าที่หล่นลงไป

– ถูกต้อง ทั้งๆที่ว่ายน้ำไม่เป็น กับชูชีพสอง ห่วงยางหนึ่งนั่นล่ะ มันจะลงไปเอายังงาย..

– เกริกไม่มีฟันหน้าอยู่กลางทะเลสาปกับเพื่อนๆ ไปอีกสองวัน….

– ทำงานกับวงวันแรก นั่งหลับ ทับกีต้าร์สองตัวที่รอใช้เล่น

– อุ้มแอมป์กีต้าร์ลงบันได ลื่นตกเวที ด้วยสปิริตจึงกอดแอมป์ไว้แน่น แต่ตัวตาย….

– บาดเจ็บนับครั้งไม่ถ้วนจากการพยายามเข้าไปช่วยเมื่อย แต่เข้าทางมือและตีนเมื่อยตลอด

– พยายามจะเข้ามาช่วยพี่บอล แต่เตะแจ๊คของพี่เค้านั่นแหละ ดับ….ดับหมด….

– ของหายกว่ายี่สิบรายการ ตลอดการทำงานสามปี รวมถึงได้ของใครก้อไม่รู้ กลับมาด้วย

– แก้ปัญหาด้วยการทำลิสต์รายการทั้งหมดไว้เช็คของทั้งก่อนและหลังเล่น

– ล่าสุดหักดิบทั้งหมดด้วยการทำใบรายการหายมันซะเลย…

– เคยขับรถผ่านด่านช่วงที่ตรวจกันเข้มๆ ตำรวจฉายไฟเข้ามา ส่องข้ามทุกคนไปที่เกริก แล้วได้ยินเสียงพูดว่า “ใช่ผู้ต้องสงสัยมั๊ยครับหมวด…” คืนนั้นโดนค้นยาว…

– หลังจากนั้นได้ข่าวมาว่า เกริกนั่งคนเดียวมาสายใต้ ทำสถิติถูกเรียกค้นคืนเดียวสามด่านรวด…แท๊กซี่เซ็ง…

– มีใครเชื่อมั๊ย ว่าเกริกทำอาหารอร่อยมาก อืม..ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอ

– เคยทำหมูสะเต๊ะขายเล่นๆ กับแม่ วันไหนติดงานวง ไม่ได้หมักหมูเอง วันนั้นแม่บ่น ขายไม่ดีเลยลูก..

– ตอนนี้เป็นพ่อครัวจำเป็นอยู่ที่ี่ร้านละมุนของพี่บอล ระหว่างรอแม่ครัวใหม่ ช่วงนี้ขายดีมั่กๆ ขอโบก..

– ว่าจะไม่ให้ทำงานวงละ เราว่าเราพบทางออก เอ๊ย..ความสามารถที่แท้จริงของเกริกแล้วล่ะ

ณ.งานประกวดดนตรีประจำปีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านชานเมือง
เสียงพิธีกรกำลังกล่าวเริ่มงานและแนะนำกรรมการ
ที่ให้เกียรติมาร่วมตัดสินวงดนตรีในวันนั้น
ไล่เรียงไปเรื่อยจนหยุดอยู่ที่ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง
เสียงพิธีกรกล่าวแนะนำอย่างคุ้นเคย…

” กรรมการท่านต่อไป..
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างมากมายของวงสครับ..
คุณอายุทธ ยิ่งขวัญเจริญ หรือพี่หมูหมักคร้าบ……”

จบบริบูรณ์…

3-5.jpg

(*ขอบคุณน้องโขม ช่วยใส่วงกลมเล่นเกมส์จับหมู(หมัก)ให้ 55)

เปิดบ้านดอง (3)

โวววว…….
ดองจนเค็ม…เอิ๊ก..
ตั้งใจว่าจะปั่นตั้งแต่กลางสัปดาห์ละ
แต่เจอวิกฤติงานประจำ
นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนหลายอย่าง
กำลังแรงและกำลังใจถดถอย
ประคองตัวกลับบ้านได้ นับว่าเป็นบุญแล้ว
วันนี้วันอาทิตย์ กลับจากทำงาน
ที่อาทิตย์นี้ ทำทั้งเจ็ดวัน
และมีแววว่าจะเป็นอย่างนี้
ไปราวสามสี่เดือน.
กรรม.เป็นกรรมที่เลือกเอง 55
ใครใส่บาตรทำบุญช่วงนี้
นึกเผื่อลุงแก่ๆ คนนึงด้วยเน้อ
เผื่อแผ่ให้อิลุงมันผ่านช่วงนี้ไปด้วยดีเถิด..สาธุ

แถ่น……….แทน………..แถ๊นนนน……..
เชื่อว่าหลายๆ คนที่ติดตามอ่านและเป็นแฟนคลับอาตี๋
คงจะรออ่านเปิดบ้านตี๋คนต่อไปด้วยใจจดจ่อ
(การทำให้รอนานๆ ก้อเป็นการล้างแค้นตี๋อย่างนึง หุหุ)
แน่นอน เปิดบ้านวันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้
นอกจากอาตี๋ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
มีกลุ่มแฟนเพลงเหนียวแน่น
เผลอๆ…ไม่เผลอล่ะ..
มันมีเรทติ้งดีกว่าอิสองลุงนั่นอีก
ดีกว่าใครๆ ในบ้าน
ป่ะ…ไปแฉตี๋กัน…

img_8534.jpg

ตี๋โอ๊ต…ต..ต……กรุ๊วววว

หนุ่มน้อยว่าที่นายอำเภอ จากรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
เข้าวงการโดยการชักชวนของแก๊ก มือเบส Slot Machine
ซึ่งเล่นเบสให้สครับในชุดแรก แต่กำลังจะต้องไปทำอัลบั้มของตัวเอง
(ตอนนั้นแก๊กกับโอ๊ตเรียนด้วยกันที่เศรษฐศาสตร์ เกษตร)
ยอมรับว่าตอนเจอกันครั้งแรกที่บริษัท
เด็กน้อยในชุดนักศึกษา นั่งจุ้มปุ๊กรอตรงโซฟา
หน้าตากังวลและขาดความมั่นใจ
ลุงคนนึงเดินออกมาพบและอุทานเบาๆ ครั้งแรกว่า
“แม่ม…มันจะไหวหรอวะ…”
ก่อนอุทานเบาๆ ครั้งที่สองตอนเห็นใกล้ๆ ว่า
“อุเหม่…หน้าตามันนี่ น่าจะอุดรอยรั่วของวงได้เ้แฮะ”
หลังจากพูดคุยกันเบื้องต้น จนได้มีโอกาสลองซ้อมด้วยกัน
ถึงได้รู้ว่า ตี๋โอ๊ตนี่เป็นเด็กมีแวว มาตั้งแต่สมัยเรียนเซนต์คาเบรียลแล้ว
ได้สมญานามตอนเป็นนักเรียนว่า
“โอ๊ต เบสเทพ” น่าน..ธรรมดาที่ไหนล่ะ
ผ่านวงกับเพื่อนๆ มามากมาย ประกวดมาก้อเยอะ
เกือบจะได้ออกเทปก้อบ่อย
(ใครจะรู้บ้างว่าเกือบมีคนชื่อ โอ๊ต Free Play มาแล้น..)
จนสุดท้ายเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
และเริ่มห่างหายจากการเล่นดนตรีไปเรื่อยๆ
จนเกือบจะหันหลังให้วงการไปแล้ว

แต่แล้ว….
แต่แล้ว….
ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ
ผู้ที่กลับมาจุดประกายความฝันให้กับตี๋โอ๊ต
ให้ได้มีเส้นทางเดินในสายดนตรีที่ตนรัก้ต่อไป
จนทำให้ตี๋โอ๊ตมีแฟนเพลงเป็นของตัวเองล้นหลามขนาดนี้
ใช่แล้ว…อย่างที่ทุกคนรู้นั่นแหละ
ไม่ใช่ใครที่ไหน..
….
….
เค้าคือ…

เจ็กบอล และ เจ็กเมื่อย
ผู้อาภัพ…นั่นเอง

ตี๋โอ๊ตเป็นเด็กพูดน้อย ถึงน้อยมาก
ขี้อายเป็นที่สุด หน้าตาจริงจังเวลาอยู่บนเวที
แต่ก้อเป็นกันเองกับคนทั่วไป
เชื่อหรือไม่ว่าตี๋โอ๊ตกินสัตว์ที่เป็นปลาเท่านั้น
ที่เหลือเป็นผักทั้งหมด เกือบจะเป็นมังสวิรัติอยู่แล้ว
โดยมีไต้ก๋งโจโอ้กินเป็นเพื่อน
โดยหวังว่า วันนึงกรูจะหน้าตาเหมือนไอ้โอ๊ตมันมั่ง…เอิ๊ก…
ลำบากวงเวลาหาร้านกินข้าวไหมล่ะ….
ต้องเป็นร้านที่มีเมนูปลาเท่านั้น…

หนุ่มน้อยคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกเป็นที่สุด
ประกาศก้องต่อหน้าเจ็กทั้งหลายตอนที่เคยชวนกันดูหนังว่า…
“ไม่ครับ..ชีวิตนี้ผมจะดูหนังกับแฟนผมคนเดียวเท่านั้น….”
ชอบไฝ่หาสถานที่โรแมนติกพาแฟนตัวน้อยไปดินเนอร์ด้วยกัน
ปฏิเสธทุกคำหว่านล้อมและการแทะโลมของแก๊งค์เจ้าป้าว่า
“ไม่ดีกว่าครับป้า…ผมเกรงใจแฟน…”

ปัจจุบันบ้านโอ๊ตเป็นแหล่งพำนักพักพิงของเหล่าสมาชิกวงบ้านไกล
วันไหนเล่นดึก กลับจังหวัดไม่ไหว เราก้ออาศัยบ้านโอ๊ตกัน
โอ๊ตมีพี่สาวและมีน้องชายคนนึงที่หน้าตาดูแล้วเดินตามรอยพี่ชายได้ไม่ยาก
“อิจฉาลูกบ้านนี้จิงๆ สิพับผ่า” เจ็กแถวนี้รำพึงต่อ…

เท่าที่มานั่งนึกๆ ข้อเสียของตี๋โอ๊ต ก้อไม่ค่อยจะมีอะไรให้แฉมากนัก
เนื่องด้วยชีวิตที่เรียบง่ายเหลือเกิน
เท่าที่พอนึกออกคงมีอยู่ข้อเดียว
ตี๋โอ๊ตปกติก้อจะไม่ค่อยร่ำแอลกอฮอร์เป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่
มีบ้างพองามตามโอกาส ประเภทเครื่องดื่มกระป๋องรูปสัตว์ต่างๆ
เช่น ช้าง…สิงห์…เสือ(Tiger)….เป็นต้น
แต่หากวันไหนชิวเกินงาม หรือถูกมอมจากแก๊งค์เจ้าป้า
ไอ้ที่พูดน้อย หรือเรียบร้อยปานใดน่ะ กลับกันซะ
เคยป้องกันตัวเองได้ดีแค่ไหน เปลืองตัวสุดก้อช่วงนี้ล่ะ 55
แต่ก้อแค่นี้แหละ คนมันดูุดี อะไรก้อน่ารักไปหมด
ไม่เกิดมาตี๋มั่งแล้วไป…แฮ่ม

เปิดบ้านตอนหน้า ตอนพิเศษ…
พบกับคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสครับ
คนที่ทำให้ทุกอย่างอิ๊บอ๋ายได้ภายในพริบตา
เรามาดูกันว่า วีรกรรมต่างๆของเค้ามีอะไรกันบ้าง
น่ากลัว..เอ๊ย น่าสนใจแล้วใช่มั๊ยล่า…ตอนหน้านะ

วันนี้ไปก่อน รักษาสุขภาพ
แล้วเจอกันนะฮับเด็กๆ ^^

(ขอบคุณรูปสวยๆ จากน้อง pahn รวมถึงรูปเส็งในตอนที่แล้วด้วยนะฮับ ^^)

เปิดบ้าน (2)

สี่วันให้หลัง หลังจากเปิดบ้านครั้งแรกไป
เนิ่นนานเหลือเกิน กว่าจะมาเขียนตอนสองได้
ด้วยภาระงานประจำ จริงๆ นะ…แฮ่ม…
เอาล่ะๆ หลังจากปล่อยให้รอกัน
เรามาต่อกันด้วยสมาชิกคนที่สองเลยดีกว่านะฮับ…

img_8541.jpg

 

This is……คุณเส็ง

เส็งเป็นมือกลองคนใหม่ที่ไม่ใหม่ทีเดียวนัก
ที่ว่าใหม่ก้อคืิอพึ่งมาตีให้ในชุดนี้ แทนแบงค์ที่มีภาระส่วนตัว
แต่ไอ้ที่ไม่ใหม่คือเส็งเป็นคนที่ตีกลองในห้องอัดให้สครับมาตั้งแต่ชุดแรกแล้ว
ใครที่ติดใจจังหวะแทงโก้สนุกๆ ในเพลงทุกอย่าง
เต้นลืมตายกับเพลงใกล้
ลูกเล่นแพรวพรายใน see scape
หรือกำลังเคลิ้มไปกับผ่านไปแล้ว
บุคคลผู้นี้ล้วนมีส่วนร่วมกับเพลงเหล่านี้ทั้งหมด
เราแอบให้ฉายาเค้าอย่างน่ารักน่าหยิกว่า “ตี๋น้อย กระเดื่องผีดิบ”

เส็งตีกลองเก่งมาก น้ำหนักดีมาก
มีลูกเล่นมาสอดแทรกให้เราได้เลือกใช้้เสมอ
ไม่เกินเลยถ้าจะบอกว่า เส็งตีได้เกือบทุกอย่างที่มือกลองจะตีได้นั่นแหละ
แต่ในความอัจฉริยะของทุกคน ย่อมมีความต๊องซ่อนไว้เสมอ
ความต๊องที่ว่าก้อคือ เมื่อเส็งได้ตีอะไรออกไปแล้ว
เส็งจะจำไม่ได้….
เราจึงต้องอัดทุกอย่างที่เส็งตีไว้แล้วมาเลือกในภายหลัง
เพราะถ้าบอกว่าดีมาก เอาแบบเมื่อกี้ตรงนั้นตรงนี้อีกทีนะ
เส็งจะตอบง่ายๆ อย่างน่ารักว่า “ผมลืม….”
ทุกวันนี้ข้างๆ ตัวเส็งจะมีอุปกรณ์ตัวนึงที่วางไว้คู่กันเสมอเวลาเล่น
มันคือสแตนด์ตั้งสมุดโน้ตกลองที่เส็งจดเพลงที่จะใช้เล่น
ไว้ดูกันลืม…กันลืมเพลงที่ตัวเองเป็นคนตีเองตอนอัดทั้งหมดนั่นล่ะ

ปัจจุบันเส็งกำลังจะจบปริญญาตรีสาขากลองแจ๊ส
ที่มหาวิทยาลัยรังสิต
หลายคนอาจแปลกใจเล็กน้อย
ใช่แล้ว…เส็งเป็นคนทีอายุเท่าเมื่อย
แต่เลือกที่จะเข้าเรียนกลองอย่างจริงจังเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว
เส็งจึงกำลังจะพึ่งจบ

มีป้าหลายคนแถวนี้แอบเหล่ตี่เส็ง ซึ่งฮิตพอๆ กับตี๋โอ๊ต
เจ็กบอล เจ็กเมื่อยรวมทั้งไต้ก๋งโจโอ้ว
ก้อได้แต่แอบค้อนและเก็บความริษยาไว้
แต่มาวันนี้…วันที่นังตัวร้ายทั้งสามมีบล็อคเป็นอาวุธ
การแก้แค้นตี๋รายแรกก้อเริ่มขึ้น…

ข่าวร้ายที่หนึ่งของบรรดาเจ้าป้าทั้งหลาย…
ตี๋น้อยของเราไม่โสดซะแล้น อ๊ะๆ แถมไม่โสดแบบธรรมดา
หนุ่มเส็งสละโสดมาได้สองปีกว่าๆ แล้วกับภรรยาชาวออสเตรเลีย
มีชื่อไทยน่ารักๆ ว่า คุณน้ำหวาน
ซ้ำเติมความช้ำด้วยช๊อตที่สอง..
ราวเดือนมีนาคมนี้ซึ่งเส็งจะจบการศึกษา
เส็งจะย้ายตัวเองไปอยู่เป็นเพื่อนคุณน้ำหวาน
ซึ่งดูแลแบรนด์เครื่องดื่มสไปรท์อยู่ที่ประเทศเวียดนาม

ชีช้ำกันมั๊ยล่ะ 555
ตัวร้ายทั้งสามหัวเราะลั่นฟ้า
ว่าแต่ว่า แล้วใครจะมาตีแทนล่ะ….
….
….
..
.

เออจริง…
อืม…ลืม…
วันนี้ขอจบแบบนี้เลยแล้วกันนะ…ขอไปคุยกันก่อน..
บาย…

เปิดบ้าน (1)

ห่างหายจากการอัพไปนาน
หลายคนคงสรุปว่าตาลุงจบเห่ไปแล้วแน่ๆ
ยัง….ยัง…
เข้าสู่วันทำงาน ชีวิตก้อจะไม่ชิวเหมือนวันหยุด
อาจมีสเตปช้าลงบ้างนา รอหน่อยเน้อ

รอบนี้เรามาว่ากันด้วยซีรี่ส์ทีมงานสครับกันดีกว่า
เนื่องด้วยมีประเด็นให้เขียนได้หลายวัน..เิอิ๊ก…
หลายคนอาจคุ้นเคยกับบางคนแล้ว
แต่หลายคนคงยังไม่รู้จักทั้งหมด
ขออนุญาตยกเว้นตัวเองกับเมื่อยไว้
ในฐานที่เข้าใจนะฮับ

คนแรกสำหรับวันนี้ขอแนะนำ
มือกีต้าร์อีกคนนึงของวง
จบจากคณะศึกษาศาสตร์ ศิลปากร
กำลังศึกษาต่อปริญญาโทอยู่ที่จุฬา
คนใต้ พูดน้อย ยิ้มง่าย ใจดี
เคยมีข่าวลือว่าเป็นแฟนลับๆ ของ หมูหมัก
เทคนิเชี่ยนประจำวง
แต่ตอนหลังงอนกัน
เพราะเจ้าตัวชอบขอยืนข้างโอ๊ตเวลาเล่น
เอาล่ะครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ…..

“โจ…..โอ้ว………”

c5.jpg
แถมด้วยแคนโต้ปิดท้าย หยอกกันพองาม…

คนใต้
คอมม์หาย
ใจเดียว…

555 บายฮับ

^^